ตรงเป้า ‘จาตุรนต์’ เรียกร้องเร่งฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ต้องขังทั่วประเทศ ให้มากที่สุดและเร็วที่สุด

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ผมได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดของโควิดในเรือนจำมาก่อนหน้านี้บ้างแล้ว มาถึงวันนี้ก็ยังรู้สึกว่าสถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง อาจเลวร้ายลงไปได้อีก

ในฐานะที่เคยเป็นรัฐมนตรียุติธรรม เคยเข้าไปตรวจราชการรับฟังปัญหาในเรือนจำมาบ้างและในฐานะที่เคยถูกคุมขังระหว่างดำเนินคดีในศาลทหารมาแล้ว จึงขอแสดงความเห็นในเรื่องนี้อีกสักครั้ง

Loading...

ในจำนวนผู้ต้องขัง ซึ่งประกอบด้วยนักโทษเด็ดขาดและผู้ถูกคุมขังระหว่างการดำเนินคดีรวมทั้งหมดทั่วประเทศประมาณ 3.1 แสนคน ถึงวันนี้มีผู้ติดเชื้อโควิดสะสมรวมประมาณ 30,000 คน ซึ่งถือว่าเป็นอัตราส่วนที่สูงมาก เรือนจำบางแห่งมีผู้ติดเชื้อกว่าครึ่ง บางแห่งมากถึงเกือบ 90% ก็มี ในหลายวันมานี้ จำนวนผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง แม้บางวันจะเพิ่มเป็นหลักร้อย แต่ส่วนใหญ่ก็จะเพิ่มเป็นหลักพันคน

รมว.ยุติธรรม คนนี้ได้ชี้แจงในสภาถึงสาเหตุที่ทำให้มีการระบาดได้ง่าย เพราะเรือนจำมีสภาพแออัด ไม่สามารถจัดให้มีการทิ้งระยะห่างได้ เรือนจำหลายแห่งผู้ต้องขังต้องนอนติดกันแบบห่างกันเพียง 2 เซนติเมตร

วันนี้ (4 มิถุนายน 2564) มีโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดแก่ผู้ต้องขังเรือนจำกลางสมุทรปราการ ซึ่งเริ่มตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 ไปถึงวันที่ 6 มิถุนายน รวม 4 วัน หรือวันละประมาณ 1,800 คน ถือเป็นเรื่องดีที่จะช่วยป้องกันการระบาดและการเจ็บป่วยของผู้ต้องขัง

รมว.ยุติธรรม บอกด้วยว่า จากนี้จะทยอยฉีดวัคซีนให้แก่เรือนจำอื่นๆ อีก โดยเฉพาะเรือนจำที่ปลอดเชื้อแต่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง

คำถามก็คือโครงการนี้จะมีมากแค่ไหนและใช้เวลาเท่าใด หากไม่ดำเนินการให้กว้างขวางรวดเร็วพอ การแพร่ระบาดในเรือนจำก็อาจจะรุนแรงมากกว่าที่เป็นอยู่และเกิดความเสียหายอีกมาก

ต้องยอมรับว่าเรือนจำส่วนใหญ่ไม่มีพื้นที่เพียงพอที่จะกักตัว (quarantine) อย่างถูกสุขลักษณะได้ พอติดเชื้อไม่กี่คนก็แพร่ระบาดจนเกือบจะป่วยกันทั้งเรือนจำในเวลาอันรวดเร็ว ส่วนการรักษาพยาบาลก็ยิ่งอัตคัดขัดสนอย่างยิ่ง

ในส่วนของการแก้ปัญหาความแออัดในเรือนจำ รมว.ยุติธรรม ได้ขอให้ข้าราชการและผู้ต้องขังร่วมกันป้องกันตัวเองตามมาตรการป้องกันโรค และเร่งลดความแออัดภายในเรือนจำ รวมถึงการแก้ไขกฎหมายปรับอัตราโทษผู้ต้องคดียาเสพติดใหม่ และการขอพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องขังที่ป่วยติดเตียง ที่คาดว่าจะดำเนินการมีผลบังคับใช้ได้ ก็จะแก้ปัญหาความแออัดได้

แต่ปัญหาก็คือ ความพยายามเหล่านี้จะน้อยเกินไปและช้าเกินไปหรือไม่ เรือนจำในประเทศไทยอยู่ในสภาพผู้ต้องขังล้นคุก

ประมาณการกันว่าน่าจะเกินมาตรฐานอยู่ประมาณ 1 แสนคน จัดว่าเป็นการล้นคุกในอันดับต้นๆ ของโลก หลายประเทศได้ให้ความสนใจในเรื่องผู้ต้องขังล้นคุกนี้โดยเฉพาะเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาด ก็ได้หาทางปล่อยตัวนักโทษที่ไม่ได้กระทำผิดร้ายแรงด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการต่างๆ มาตรการที่กระทรวงยุติธรรมของไทยกำลังใช้อยู่ยังมีผลไม่มากและเร็วพอที่จะรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิดได้

หากไม่มีการวางมาตรการรับมือกับการแพร่ระบาดในเรือนจำทั่วประเทศที่มีผลเพียงพอ ผู้ต้องขังอีกหลายหมื่นคนหรือนับแสนคนอาจต้องติดเชื้อและป่วย รวมทั้งอาจเสียชีวิตอีกจำนวนมากได้

ทางออกที่เป็นประโยชน์ในระยะยาวคือ การวางมาตรการเพื่อแก้ปัญหาคนล้นคุกอย่างเป็นระบบ มีหลักเกณฑ์ที่ดี สำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ดีที่สุดคือการเร่งฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ต้องขังทั่วประเทศให้มากที่สุดและเร็วที่สุด รวมทั้งมีมาตรการทางสาธารณสุขที่ได้มาตรฐานด้วยความตระหนักว่าผู้ต้องขังทั้งหลายก็เป็นคนเป็นมนุษย์เหมือนกัน”