‘กฤษฎา’ เปิดโรงคัดแยกผักผลไม้ ใช้เกษตรแปลงใหญ่ส่งผลผลิตเข้าห้างดังทั่วอีสาน

เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่บ้านโนนเขวา ตำบลดอนหัน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดโรงคัดบรรจุพืชผักผลไม้สด ( Packing House) จ.ขอนแก่น ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับเทสโก้โลตัส ได้จัดตั้งขึ้นตามนโยบายการตลาดนำการผลิตและการทำการเกษตรแปลงใหญ่ โดยมีประชาชนในพื้นที่ร่วมรับมอบโรงคัดบรรจุพืชผักผลไม้ดังกล่าวนี้เป็นจำนวนมาก

นายกฤษฎา กล่าวว่า การขับเคลื่อนนโยบายตลาดนำการผลิต เป็นสิ่งที่รัฐบาลและกระทรวงฯ ได้เน้นย้ำและกำหนดแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม โดยมีการนำแนวทางการดำเนินงานในรูปแบบของประชารัฐมาใช้ในทุกพื้นที่ ซึ่งที่บ้านโนนเขวา หรือที่เราเรียกว่า โนนเขวาโมเดล เป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่างชุมชน ราชการและภาคธุรกิจเอกชนที่ชัดเจนและบรรลุวัตถุประสงค์ของการดำเนินงาน เพราะมีการจับคู่ภาคการผลิตของเกษตรกรที่เป็นไปตามความต้องการของตลาด โดยมีเทสโก้โลตัสรับซื้อผลผลิตโดยตรงจากกลุ่มเกษตรกรของชุมชนแห่งนี้มากถึงสัปดาห์ละ 11.6 ตัน

“กระบวนการดำเนินงานว่าด้วยการเกษตรแปลงใหญ่และการตลาดนำการผลิต ชุมชนโนนเขวา เป็นต้นแบบที่สำคัญและมีการดำเนินงานที่ชัดเจน โดยมีการรับซื้อผักจากเกษตรกรตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ใน 9 ชนิดผัก ทั้งนี้กลุ่มเกษตรกรบ้านโนนเขวาเข้าร่วมโครงการมีทั้งหมด 110 ราย มีพื้นที่สำหรับการปลูกผักทั้งหมด 450 ไร่

โดยผักที่ทำการปลูกนั้นจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบและได้รับการการันตีว่าเป็นเกษตรกรภายใต้มาตรฐาน GAP อีกทั้งโรงคัดแยกแห่งนี้ได้ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภาพรวมทั้งหมดแล้ว จากนี้ไปคือกระบวนการผลิตที่ขึ้นตรงกับความต้องการของตลาด ซึ่งเทสโก้โลตัสได้เข้ามากำกับ และร่วมกันสร้างองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรแห่งนี้ให้สามารถผลิตผักได้ตรงความต้องการของตลาด และผักที่ชุมชนแห่งนี้จะถูกส่งจำหน่ายในร้านค้าของเทสโก้โลตัส ทั้ง 98 สาขาทั่วทั้งภาคอีสานอีกด้วย”

รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวต่ออีกว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าการดำเนินงานดังกล่าวนี้จะทำให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีรายได้มากกว่า 15 ล้านบาทต่อปี ด้วยปริมาณการสั่งซื้อที่มากถึง 558.79 ตันในปี 2561 อย่างไรก็ตามจากจุดเริ่มต้นดังกล่าวที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานร่วมกันในรูปแบบประชารัฐ จะส่งต่อการต่อยอดรูปแบบการดำเนินงานในลักษณะเช่นนี้ขยายเป็นวงกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะกับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่มีมากกว่า 2 ล้านไร่ทั่วทั้งประเทศ ดังนั้นการปรับเปลี่ยนรูปแบบนาข้าว จากเดิมทำนาปีละ 2-3 ครั้ง ทำอย่างไรให้การทำนาในครั้งที่ 2 และ 3 นั้นมีการปรับเปลี่ยนมาเป็นการปลูกพืชตระกูลถั่ว ผักปลอดสารพิษ หรือการทำการเกษตรที่เป็นไปตามความต้องการของตลาด เพื่อให้เกษตรกรของไทยนั้นมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป