‘เดอะศรี-ชาวนครนายก’ จ่อยกโขยงบุกร้อง ‘ป.ป.ช.’ สอบกากกัมมันตรังสีองค์รักษ์

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยเปิดเผยเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2562 ว่าตามที่สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์กรมหาชน) หรือสทน. ได้ดำเนินโครงการสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาด 20 เมกะวัตต์มูลค่า 16,000 ล้านบาทขึ้นณต.ทรายมูล อ.องค์รักษ์ จ.นครนายก ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามกฎหมายในขณะนี้นั้น

แต่ปรากฏว่า สทน. ได้มีการนำกากกัมมันตรังสีซึ่งเกิดจากการผลิตหรือการใช้วัสดุนิวเคลียร์หรือจากเครื่องกําเนิดรังสีที่หมดอายุการใช้งานแล้วจากบางเขน และคลอง 5 ปทุมธานีทำการขนย้ายนำมาเก็บไว้ ณ โรงเก็บกากกัมมันตรังสี ต.ทรายมูล อ.องค์รักษ์แล้ว โดยที่ยังไม่ได้ปฏิบัติให้เป็นไปตาม ม.51 ของพรบ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ 2559 ซึ่งจะต้องมีการการจัดทํารายงานวิเคราะห์ความเหมาะสมของพื้นที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์  ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้ประกาศกําหนด

Loading...

ซึ่งประกอบด้วย (1)ผลกระทบจากเหตุการณ์ภายนอกต่อพื้นที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์  ทั้งในส่วนที่เกิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติและการกระทําของมนุษย์ (2)ลักษณะของพื้นที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ (3)รายงานด้านสิ่งแวดล้อม (4)การกระจายตัวของประชากรบริเวณโดยรอบพื้นที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ (5)เส้นทางการอพยพประชาชนกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี (6)การป้องกันและระงับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นแก่ประชาชนและสิ่งแวดล้อมรวมทั้งต้องมีการรับฟังความเห็นของประชาชนที่อยู่อาศัยในบริเวณโดยรอบพื้นที่ตั้งให้เสร็จสิ้นเสียก่อนด้วย

การนำกากกัมมันตรังสีซึ่งเป็นวัสดุนิวเคลียร์ที่มีความเป็นอันตรายต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมสูงไปกักเก็บไว้ที่องค์รักษ์ดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่าหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ละเมิดกฎหมายเสียเองโดยไม่คำนึงถึงขั้นตอนวิธีการตามที่กฎหมายกำหนดแต่อย่างใด ถือได้ว่าเป็นการละเมิดสิทธิของชาวองค์รักษ์นครนายกตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 ม.4 ม.25 ม.41 ม.43 ให้การรับรองและคุ้มครองไว้โดยที่เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องปฏิบัติและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดตามม.53 ม.57 ม.58 และม.59 กำหนดแค่ว่า ผอ.สถาบันเทคโลโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) และเลขาธิการสํานักงานปรมาณูเพื่อสันติ(สปพ.) กลับละเลยกฎหมายดังกล่าวอันอาจถือได้ว่าเป็นการทุจริตต่อหน้าที่โดยชัดแจ้ง

ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยและชาวนครนายก จะยกขบวนกันนำความพร้อมพยานหลักฐานไปร้องเรียนต่อป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการไต่สวนสอบสวนเอาผิดผู้บริหารของสทน. และสปพ. ในวันจันทร์ที่2 ธ.ค.62 เวลา10.30 น. ณสำนักงานป.ป.ช. ถ.สนามบินน้ำนนทบุรี.