‘ไทกร’ ออกโรงป้อง ‘แหม่มโพธิ์ดำ-อัจฉริยะ’ ทำประโยชน์เพื่อสาธารณะ ไม่มีเจตนากระทำผิด

นายไทกร พลสุวรรณ อดีตแกนนำกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณโพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 12 เม.ย. 2563 โดยมีรายละเอียดดังนี้

เมื่อระบบยุติธรรมแบบกล่าวหาเป็นปัญหา

Loading...

หากระบบยุติธรรมของไทยเป็นแบบไต่สวน เรื่องเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น เพราะตำรวจ อัยการ ต้องเป็นผู้แสวงหาหลักฐานให้ครบถ้วนรอบด้าน เพื่อหาหลักฐานการกระทำความผิดให้เพียงพอต่อการดำเนินคดีเอาผิดผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ ไม่ใช่เอะอะก็จะใช้วิธีการออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหาให้มารับทราบข้อกล่าวหาและให้หาหลักฐานมาแก้ข้อกล่าวหาเอง

1. กรณีแหม่มโพธิ์ดำแฉการกักตุนหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น

แหม่มโพธิ์ดำขาดเจตนากระทำความผิด เพราะไม่ได้เป็นคนสร้างเรื่องขึ้นมา เพียงแต่เอาโพสต์ของพวกที่กักตุนหน้ากากมาเปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะด้วยซ้ำ หากจะกล่าวหาว่าแหม่มโพธิ์ดำนำเรื่องเท็จมาเปิดเผยก็ไม่ได้ เพราะแหม่มโพธิ์ดำไม่สามารถรู้ได้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือเรื่องเท็จ แหม่มโพธิ์ดำรู้เพียงว่าแก๊งนายบอยได้โพสต์วีดีโอบอกว่ามีหน้ากากอนามัยอยู่ 200 ล้านชิ้น เมื่อแหม่มโพธิ์ดำเห็นว่าหน้ากากอนามัยขาดตลาดประชาชนเดือดร้อน จึงชี้เบาะแสว่า นี่ไง..! หน้ากากอนามัยอยู่กับพวกนี้

2. กรณีนายอัจฉริยะแฉขบวนการทุจริตหน้ากากอนามัย หากเป็นระบบไต่สวนจะไม่สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีได้ เพราะการกระทำของทนายอัจฉริยะเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ ขาดเจตนากระทำความผิด แค่เอาคำสัมภาษณ์ของรัฐมนตรีกับคำสัมภาษณ์ของปลัดกระทรวงมาประกอบการไต่สวนเรื่องนี้ก็ไม่สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีได้

แต่ระบบยุติธรรมของไทยเป็นระบบกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดจึงต้องหาหลักฐานมาแก้ข้อกล่าวหาเอง