‘จตุพร’ เตือนไม่เชื่ออย่าลบหลู่ คำทำนาย ‘นอสตราดามุสเมืองไทย’ ตั้งแต่ต้นกรกฎาคม จะเกิดอภิมหากลียุคทุกด้าน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊คไลฟ์ PEACETALK โดยนำคำทำนายของนายโสรัจจะ นวลอยู่ โหรดังเจ้าของฉายา “นอสตราดามุสเมืองไทย” ซึ่งระบุถึงดวงเมืองไทยว่า ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมจะเกิดอภิมหากลียุคทุกด้าน ทั้งการเมืองเจอมรสุมหนัก เศรษฐกิจทรุด พร้อมเตือนปีหน้าจะเกิดน้ำท่วมใหญ่

นายจตุพร กล่าวว่า ตนเชื่อคำทำนายของโหรดังคนนี้ เพราะเป็นคนเดียวที่ทำนายว่าเกิดสึนามิที่ภูเก็ตถูกต้องมาแล้ว อีกทั้งในอดีตมีบางสถานการณ์ตนไม่รู้จะทำอย่างไร จึงโทรถามโสรัจจะ ซึ่งบอกกับตนว่าจะมีเรื่องในวันพรุ่งนี้กับมะรืนนี้ ปรากฎว่าเกิดเรื่องขึ้นมาจริง ตรงตามคำทำนาย

Loading...

ดังนั้น เมื่อนายโสรัจจะ ทำนายดวงเมืองตกเคราะห์ที่สุด จะเข้าอภิมหากลียุด (อ่านเพิ่มเติมจากเดลินิวส์ออนไลน์ 23 มิ.ย.) ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม จะเกิดสึนามิทุกด้าน ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ โรคระบาด รวมทั้งปี 2564 จะเกิดน้ำท่วมทั้งปีหนักกว่าปี 2554 พร้อมแนะนำคนมีหน้าที่รับผิดชอบควรเตรียมหาทางป้องกันไว้

อย่างไรก็ตาม อีก 7 วันข้างหน้าจะเข้าต้นเดือนกรกฎาคมแล้ว จะเป็นสิ่งพิสูจน์คำทำนาย แต่คำทำนายนี้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงต่างๆ โดยเฉพาะทางการเมืองย่อมเห็นเค้าลางได้

“ผมเชื่ออย่างสนิทใจว่า คำทำนายนี้แต่ละฝ่ายจะมองข้ามไม่ได้เลย เพราะที่ผ่านมา จากการคุยกับหลายคน ก็มีคำสรุปสุดท้ายว่า โสรัจจะว่าอย่างไง ซึ่งแปลความว่า ทุกคนไม่แน่ใจกับสิ่งที่มองเห็นในปัจจุบัน ต้องอาศัยคำทำนายของโสรัจจะ และผมไม่คาดคิดว่าคำทำนายจะสอดคล้องกับความรู้สึก”

นายจตุพร กล่าวว่า ตนพูดมาหลายวันแล้วว่า เมื่อเยียวยาสิ้นมิถุนายนเป็นเดือนสุดท้าย และ กรกฎาคม จะเกิดความโกลาหลกับความอดอยาก แล้วโสรัจจะก็มาทักว่า เกิดอภิมหากลียุดตั้งแต่ต้น กรกฎาคมเป็นต้นไป ดังนั้นศาสตร์ทางโหรศาสตร์กับทางการเมืองที่ประเมินโดยไม่มีความรู้สึกส่วนตัวมาเกี่ยวข้อง จึงค่อนข้างผิดพลาดน้อยมาก

คำทำนายว่า อภิมหากลียุคตั้งแต่ต้นกรกฎาคมนั้น เป็นเรื่องรุนแรงที่สุดของประวัติศาสตร์ไทย อะไรไม่คาดคิดก็เกิด และเปลี่ยนแปลงทุกมิติไม่ว่าธรรมชาติ เศรษฐกิจ สังคม การเมือง แม้หลายคนบอกว่าอย่าไปเชื่อหมอดู แต่ตนว่าโสรัจจะ ไม่ใช่หมอดู เขาเป็นอะไรไม่รู้ที่ทำนายแต่ละเรื่อง เช่น สึนามิเกิดขึ้นภูเก็ต ซึ่งไม่มีใครคาดคิด ก็เกิดขึ้น

สิ่งที่ได้วิเคราะห์ทางการเมืองกันมานั้น แม้เห็นทัศนะเปลี่ยนแปลงทางความคิดของนายกรัฐมนตรีเรื่องไทยสร้างชาติ ที่ให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันทั้ง การเมือง ข้าราชการ ประชาชน จับมือร่วมสร้างชาติ แต่ถ้าไม่เป็นรูปธรรมแล้ว ต้องคิดถึงคำทำนายนี้ให้มากๆ

แต่ถ้าทำทุกอย่างเป็นรูปธรรม เกิดไทยสร้างชาติจริงแล้ว เพราะอย่างน้อยที่สุดก็ระงับยับยั้งความเสียหายได้บ้าง เนื่องจากความเดือดร้อนของประชาชน เลยปัญหาการเมืองไปแล้ว

“ผมไม่สนใจข่าวการปรับ ครม.เลย แต่ผมรู้ว่า สถานการณ์ต่างๆไม่ได้ง่ายเลย ยากกว่าการตั้งรัฐมนตรีครั้งแรกเป็น 100 เท่าก็ว่าได้ ไม่ว่าจะมุมใด มีปัญหาทุกด้าน ความพึ่งพอใจไม่มีวันเกิดขึ้นมาได้ ถึงพรรคการเมืองเกิดการปเลี่ยนแปลงก็ตาม แต่เป็นการพิสูจน์ศักยภาพ ซึ่งสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับประเทศนั้นเกินกว่าการเมืองปกติในปัจจุบันนี้ไปแล้ว

ดังนั้น การเมืองขณะนี้กับปัญหาที่จะเกิดขึ้น เมื่อจะปรับ ครม.จึงมีแรงกระเพื่อมแทบทุกพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล เพราะทุกคนไม่รู้ว่า เมื่อปรับ ครม.หนนี้แล้วจะมีครั้งหน้าหรือไม่ จึงเกิดโกลาหลขึ้น มีนิ่งเพียงพรรคภูมิใจไทยพรรคเดียว

นายจตุพร ประเมินว่า ในอนาคตนั้น พรรคการเมืองเล็กขนาด 1 เสียงแทบจะไม่เหลืออยู่ในทางการเมืองเลย และพรรคการเมืองถึงจะตั้งง่ายแต่จะอยู่ยากมากขึ้น อีกทั้งในระบบเลือกตั้งใบเดียวจะเป็นสิ่งทำให้พรรคการเมืองไม่ได้เสียงเกินครึ่งอีก

“ระบบบัตรเลือกตั้งใบเดียวจะอยู่กับไทยอีกนาน ดังนั้นการแก้ไข รธน.จึงยากจะเกิดขึ้น หรือมีค่าเท่ากับศูนย์ ถ้าไม่มีการจับเข่าคุยกันในสังคมแล้ว ก็ไม่มีทางแก้ รธน.ได้เลย ดังนั้น คำทำนายของโสรัจจะ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ และฉายานอสตราดามุสเมืองไทยไม่ได้มาเพราะโชคช่วย เหตุนี้คำว่าอภิมหากลียุคตั้งแต่กรกฎาคมนี้ เราจะมองผ่านเลยไปไม่ได้”