‘รสนา’ ฟิตลงพื้นที่ ลั่นกรุงเทพฯเปลี่ยนได้ด้วยมือเรา

นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) ซึ่งประกาศตัวจะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้โพสต์รูปภาพขณะลงพื้นที่ พร้อมข้อความโดยมีรายละเอียดดังนี้

ชีวิตลำคลอง เสน่ห์บางกอก

Loading...

(ชีวิต unseen ที่คลองบางประทุน เราจะพัฒนาเมืองไปแบบไหน!? ตอน2)

กรุงเทพมหานครเคยเป็นเมืองสวน เมืองน้ำ มาแต่เดิม

สังฆราชปาเลอกัว ซึ่งเข้ามาในสยามประเทศเมื่อปี 2373 ได้บรรยายภาพของกรุงเทพฯ ว่า
“กรุงเทพฯ ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนที่อุดมสมบูรณ์เขียวชอุ่มตลอดปี จึงงามเหมือนภาพวาด… ท่านมองเห็นร้านค้าบนเรือนแพจำนวนนับพันเรียงเป็นสองแถวยาวตามริมฝั่งแม่น้ำ มีลำคลองที่ตัดผ่านไปรอบเมือง “ ในสมัยนั้น กรุงเทพฯ ไม่มีรถยนต์สักคันเดียว ใช้การสัญจรทางแม่น้ำและลำคลองเป็นหลัก

การพัฒนากรุงเทพเป็นเมืองสมัยใหม่ เราได้ละทิ้งสวนผลไม้ที่ขึ้นชื่อของบางกอก และคลองที่มีอยู่มากมาย กล่าวกันว่าเรามีคลองถึง 1,160 กว่าคลองในกรุงเทพ โดยเฉพาะฝั่งธนบุรี มีถึง 649 คลอง ซึ่งปัจจุบันเราได้เปลี่ยนคลองเหล่านั้นให้เป็นเพียงที่ระบายน้ำเสีย ทั้งที่คลองยังเป็นทางสัญจร และการค้าขายของชาวบ้าน คลองมีความสำคัญสำหรับอาชีพชาวสวนของชาวกรุงเทพธนบุรี แต่การพัฒนาเมืองสมัยใหม่ เราได้ทำลายรากเหง้าเดิมไปจนแทบไม่มีเหลือ แต่ที่สำคัญคือได้ทำลายปอดสีเขียวขนาดใหญ่ของมหานคร

พื้นที่สีเขียวด้วยแมกไม้ของกรุงเทพถูกโค่นทิ้งและเปลี่ยนเป็นป่าคอนกรีต ที่เต็มไปด้วยมลภาวะ ในขณะที่สิงคโปร์ได้ใช้เวลา50ปี สร้างเมืองที่ร่มรื่นด้วยแมกไม้ ตามวิสัยทัศน์ของผู้นำสร้างเมืองที่ต้องการให้สิงคโปร์เป็น City in the Garden

แต่วิสัยทัศน์ของผู้บริหารกรุงเทพฯกลับเปลี่ยนความร่มรื่นด้วยแมกไม้ของบางกอกให้กลายเป็นเมืองคอนกรีตอันแห้งแล้ง พระอาจารย์ฝรั่งชยสาโรเคยกล่าวว่า กรุงเทพ เป็น big city แต่ไม่ใช่ great city ลอนดอน นิวยอร์ก ปารีส เป็น great city เพราะมีต้นไม้มากในเมือง มีพื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ท่านเล่าว่าสมัยท่านยังอยู่ในลอนดอน เดินไป2ชั่วโมงก็สามารถเดินภายใต้ร่มไม้ตลอดทาง

กรุงเทพฯเคยมีฉายา “เวนิสแห่งตะวันออก” เพราะมีคลองนับพัน แต่ปัจจุบันเรามีคลองเป็นทางระบายน้ำเน่าเสีย

ดิฉันถามพี่แอ๊ว ชาวบ้านแห่งคลองบางประทุนว่า เราจะสามารถฟื้นฟูลำคลองในกรุงเทพธนบุรีให้กลับมาใสสะอาด และฟื้นทางสัญจรในคลองให้เป็นเวนิสตะวันออกอีกครั้งจะเป็นไปได้ไหม

พี่แอ๊วบอกคงเป็นไปไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาผู้บริหาร กทม.ไม่เคยสนใจให้ชาวบ้าน ชาวคลองเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ทั้งไม่เคยรวมเอาพื้นที่ของสวนและคลองเข้ามาอยู่ในแบบแผนการพัฒนาเมืองสมัยใหม่เลย แต่กลับปล่อยให้การพัฒนาเมืองคอนกรีตเข้ามารุกรานจนชาวสวนที่อาศัยแม่น้ำลำคลองเป็นวิถีในการดำรงชีวิตแทบอยู่กันไม่ได้อีกแล้ว

คนหนุ่มสาวกลุ่มรักษ์คลองบางประทุน ไม่ใช่พวกโหยหาอดีตแบบคนรุ่นเก่า แต่พวกเขาและเธอ เพียงหวังที่จะสืบสานพัฒนาศักยภาพคลองให้ดำรงอยู่ร่วมมหานครสมัยใหม่อย่างมีคุณภาพและคุณค่าที่ประมาณมิได้ ดังนั้นวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมาพวกเขาจึงจัดกิจกรรมที่เปิดให้คนนอกพื้นที่เข้ามาเรียนรู้ (จัก)คลองบางประทุน หนึ่งย่านสวนริมคลองที่กำลัง..เปลี่ยนแปลง

นอกจากกิจกรรมเก็บขยะในตอนเช้าแล้ว ช่วงบ่ายก็มีการสอนวิธีสานทางมะพร้าวเป็นรูปปลาตะเพียน และกิจกรรมดนตรี ตอนบ่ายคล้อย 16.00น. โดยเป๊ก บลูสกาย ในชื่อ “River of memory” สายน้ำแห่งความทรงจำ

คนหนุ่มสาวชาวคลองบางประทุน ต้องการสื่อสารเสน่ห์ชีวิตริมคลองให้คนภายนอกซึมซับรับรู้ เพื่อร่วมด้วยช่วยกันสืบสานวิถีชีวิตชาวคลองมิให้เหลือเพียงสายน้ำแห่งความทรงจำ แต่เป็นสายน้ำแห่งอนาคตอันสดใสที่อยู่คู่กับกรุงเทพมหานครตลอดไป

#เมืองเปลี่ยนได้ด้วยมือเรา

#ฟื้นฟูเวนิสตะวันออก