ครบ 108 ปี ‘ไททานิก’ โศกนาฏกรรมโลกไม่ลืม

เฟซบุ๊กเพจ โบราณนานมา

เผยแพร่รูปภาพและเรื่องราวโศกนาฏกรรมโลกไม่ลืม เมื่อ ๑๐๘ ปีที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาสาระดังนี้

๑๐๘ ปี ไททานิก โศกนาฏกรรมโลกไม่ลืม

เรือไททานิก อับปางลงในมหาสมุทรแอตแลนติก หลังจากชนกับภูเขาน้ำแข็ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า ๑,๕๐๐ คน เมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๔๕๕

วันที่ ๑๔ เมษายน ๒๔๕๕ ห่างจากเซาท์แทมป์ตันไปทางใต้ราว ๖๐๐ กิโลเมตร ไททานิก ชนเข้ากับภูเขาน้ำแข็งเมื่อเวลา ๒๓.๔๐ น. การชนแฉลบทำให้แผ่นลำเรือไททานิก เกิดความเสียหาย นํ้าได้ทะลักเข้าไปในเรือ แล้วได้เปิดห้องกั้นนํ้าทั้งหมด

แต่ทว่า ผนังกั้นนํ้าชั้นที่ ๔ ได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้จากห้องเก็บถ่านหิน ทำให้ผนังกั้นนํ้าชั้นที่ ๔ ไม่สามารถทนทานแนงดันนํ้าได้ จึงส่งผลให้นํ้าทะลักเข้ามาภายในตัวเรือได้ อีกสองชั่วโมง สามสิบนาทีต่อมา น้ำค่อย ๆ ไหลเข้ามาในเรือและจมลง

ผู้โดยสารและสมาชิกลูกเรือ บางส่วนถูกอพยพในเรือชูชีพ โดยมีเรือชูชีพจำนวนมาก ถูกปล่อยลงน้ำไปทั้งที่ยังบรรทุกไม่เต็ม ชายจำนวนมากกว่า ๙๐% ของชายในที่นั่งชั้นสอง ถูกทิ้งอยู่บนเรือเพราะระเบียบ ผู้หญิงและเด็กก่อน ตามด้วยเจ้าหน้าที่ซึ่งบรรทุกเรือชูชีพนั้น

ก่อน ๐๒.๒๐ น. ของวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๔๕๕ เล็กน้อย ไททานิก แตกและจมลงโดยยังมีอีกกว่าพันคนอยู่บนเรือ คนที่อยู่ในน้ำเสียชีวิตภายในไม่กี่นาทีจากภาวะตัวเย็นเกิน (hypothermia) อันเกิดจากการจุ่มในมหาสมุทรที่เย็นจนเป็นน้ำแข็ง ผู้รอดชีวิต ๗๑๐ คนถูกนำขึ้นเรืออาร์เอ็มเอส คาร์พาเธีย (RMS Carpathia) อีกไม่กี่ชั่วโมงให้หลัง และเสียชีวิตมากถึง ๑,๕๑๔ คน

ภัยพิบัติดังกล่าวทำให้ทั่วโลกตกตะลึง และโกรธจากการสูญเสียชีวิตอย่างใหญ่หลวง และความล้มเหลวของกฎระเบียบและปฏิบัติการซึ่งนำไปสู่ภัยพิบัตินั้น การไต่สวนสาธารณะในอังกฤษและสหรัฐอเมริกานำมา ซึ่งพัฒนาการหลักในความปลอดภัยในทะเล

จากนั้น ในเดือนกันยายน ๒๕๒๘ ซากเรือไททานิกได้ถูกค้นพบ

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจากโบราณนานมา